TNL เผยกำไรสุทธิ ไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่ม 97.2% แตะ 135 ล้านบาท

TNL เผยกำไรสุทธิ ไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่ม 97.2% แตะ 135 ล้านบาท
อัตรากำไรสุทธิ 46.1%
สะท้อนพัฒนาการเชิงบวกจากการขับเคลื่อนของ 3 ธุรกิจหลัก

กรุงเทพมหานคร, 11 สิงหาคม 2569 — บริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TNL
รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569
โดยมีกำไรสุทธิ 135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
และมีอัตรากำไรสุทธิ 46.1% เพิ่มขึ้นจาก 24.1% ในไตรมาส 2 ปี 2568
ขณะที่ผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 250 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 28.1% และมีอัตรากำไรสุทธิ 45.8%
สะท้อนผลประกอบการที่ดีขึ้นจากการเติบโตของธุรกิจให้สินเชื่อที่มีหลักประกัน
(OXA) และธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (OAM)
ตลอดจนการลดลงของส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (TNLA)

นายกิตติชัย ตรีรัชตพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า
“ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2569
สะท้อนพัฒนาการเชิงบวกของธุรกิจหลักทั้งสามธุรกิจ โดย OXA
มีรายได้เติบโตและสามารถบริหารจัดการบัญชีลูกหนี้ Stage 3 ได้ตามแผน OAM
เดินหน้าขยายพอร์ต NPL ของลูกค้าองค์กรที่มีหลักประกันอย่างต่อเนื่อง และ
TNLA มีผลการดำเนินงานดีขึ้นจากการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการต่างๆ
และบริษัทจะยังคงขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีวินัย
ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงและการรักษาความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน
เพื่อสนับสนุนการเติบโตที่มีคุณภาพในระยะต่อไป”

นายนันทวัฒน์ สุรวัติเสถียร หัวหน้าคณะผู้บริหาร สายงานการเงิน
กล่าวเพิ่มเติมว่า
“แม้รายได้จากการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกจะลดลงเล็กน้อย
แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 28.1%
จากโครงสร้างรายได้และการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น
การลดลงของส่วนแบ่งขาดทุนจากกิจการร่วมค้า
ผลจากการบริหารจัดการบัญชีลูกหนี้ Stage 3
และการเติบโตของพอร์ตบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ขณะเดียวกัน
บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสินทรัพย์ การบริหารความเสี่ยง
และการรักษาวินัยทางการเงิน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทน การเติบโต
และความมั่นคงของฐานะการเงิน”

ในไตรมาสนี้ TNL มีรายได้จากการดำเนินงาน 276 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3%
จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่ดีขึ้นของธุรกิจให้สินเชื่อที่มีหลักประกัน
ผ่าน
OXA และการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพผ่าน OAM
ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผ่าน TNLA
มีผลการดำเนินงานดีขึ้นจากการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของส่วนแบ่งขาดทุนจากกิจการ
ร่วมค้า
พัฒนาการดังกล่าวสะท้อนว่าการบริหารพอร์ตและการดำเนินกลยุทธ์ในช่วงที่ผ่านมา
เริ่มส่งผลต่อฐานกำไรของบริษัทอย่างเป็นรูปธรรม

ธุรกิจให้สินเชื่อที่มีหลักประกันภายใต้ Oxygen Asset (OXA)
มีรายได้ในไตรมาส 2 จำนวน 154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.3%
จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นเป็น 6,635 ล้านบาท
จาก 6,196 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568
โดยมีการปล่อยสินเชื่อใหม่ให้แก่ลูกค้ารายใหม่จำนวน 875 ล้านบาท
ภายใต้กรอบการพิจารณาสินเชื่ออย่างรอบคอบและมีวินัย
โดยยังคงรักษาอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV Ratio) ในระดับ
47.4% นอกจากนี้ ในระหว่างไตรมาส OXA สามารถแก้ไขและปิดบัญชีลูกหนี้ Stage
3 ได้สำเร็จจำนวน 2 บัญชี ซึ่งมีเงินต้นคงค้างรวม 510 ล้านบาท
ส่งผลให้มีการกลับรายการค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตจำนวน 46 ล้านบาท
และทำให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) ลดลงเป็น 23.5% จาก 29.2%
ณ สิ้นปี 2568

ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพภายใต้ Oxygen Asset Management (OAM)
มีรายได้ 59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
จากการทยอยรับรู้รายได้จากพอร์ต NPL ที่บริษัทลงทุนสะสมไว้ก่อนหน้า
ในไตรมาสนี้ OAM ชนะการประมูลพอร์ต NPL ของลูกค้าองค์กรจำนวน 3 พอร์ต
รวมยอดหนี้ 930 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดหนี้ของพอร์ตทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 7,722
ล้านบาท จาก 6,784 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568
โดยพอร์ตที่ได้จากการประมูลดังกล่าวมีหลักประกันประกอบด้วยที่ดิน 2
แปลงใกล้เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อาคารพาณิชย์ในกรุงเทพมหานคร
และโรงแรมในกรุงเทพมหานคร สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ OAM
ที่มุ่งลงทุนในสินทรัพย์ที่มีหลักประกันและผลตอบแทนที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับความ
เสี่ยง

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายภายใต้ TNL Alliance (TNLA) มีรายได้ 62
ล้านบาท ขณะที่ส่วนแบ่งขาดทุนจากกิจการร่วมค้าลดลงเหลือ 3 ล้านบาท จาก 56
ล้านบาทในไตรมาส 2 ปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากการเร่งโอนกรรมสิทธิ์โครงการ Nue
Riverest Ratburana และ Noble Create ขณะที่โครงการ Nue Core Khu Khot
Station ปิดการขายแล้วและคาดว่าจะเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ภายในปีนี้
ส่วนโครงการ Nue Coast Khu Khot Station คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี
2570
ซึ่งจะช่วยสนับสนุนผลประกอบการของกิจการร่วมค้าและส่วนแบ่งผลการดำเนินงานของ
TNLA ในระยะต่อไป

ในด้านฐานะทางการเงิน TNL ชำระคืนเงินกู้ธนาคารจำนวน 504
ล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรก
ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E)
ลดลงจาก 0.37 เท่า เป็น 0.32 เท่า
ขณะที่อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (ICR) อยู่ที่ 4.16 เท่า
สะท้อนการบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างระมัดระวังและความพร้อมในการรองรับการเติบ
โตที่มุ่งเน้นผลตอบแทนควบคู่กับการบริหารความเสี่ยง

นอกเหนือจากผลประกอบการในไตรมาสนี้
พัฒนาการสำคัญในช่วงครึ่งปีแรกยังรวมถึงการได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ
องค์กรเป็นครั้งแรกจาก
TRIS Rating ที่ระดับ BBB- แนวโน้ม Stable ซึ่งเป็นระดับ Investment Grade
และการอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการปี 2568 ในอัตรา 0.60
บาทต่อหุ้น รวม 183 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อน
ทั้งสองปัจจัยช่วยเสริมรากฐานด้านโครงสร้างทุนและความเชื่อมั่นต่อคุณภาพกำไรของ
บริษัท

Author photo

ใส่ความเห็น