เที่ยวบางใหญ่ นนท์จากฝั่งตะวันออกไปตะวันตก จะไปไหนดี?

เที่ยวบางใหญ่ นนท์จากฝั่งตะวันออกไปตะวันตก จะไปไหนดี

เที่ยวบางใหญ่ นนท์จากฝั่งตะวันออกไปตะวันตก จะไปไหนดี?

 

“ไปเที่ยวอำเภอบางใหญ่กันไหม?” ผมชวนเพื่อนๆ

“มีอะไรน่าเที่ยวที่อำเภอบางใหญ่เหรอ?” เพื่อนหลายคนจะถามกลับมาแบบนี้

ซึ่งเชื่อว่า เป็นคำถามที่หลายคนถาม ถ้ามีการชักชวนให้ไปเที่ยวอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี

ผมก็เลยลองค้นหาดูในอินเทอร์เน็ตว่า อำเภอบางใหญ่มีอะไรน่าไปเที่ยวบ้าง

เที่ยวบางใหญ่ นนท์จากฝั่งตะวันออกไปตะวันตก จะไปไหนดี

ผลที่เจอ หากไม่นับ Café แล้ว ราวร้อยละ 80 เป็น “วัด” ที่เหลือเป็น “ตลาดต้นไม้ และสวนเกษตร” ผมดูแล้ว ไม่น่าถูกใจนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่แน่ๆ หากไม่ใช่นักท่องเที่ยวสายวัดหรือสายมู หรือสายปลูกต้นไม้และกินผลไม้

แต่ๆๆๆๆ อย่าเพิ่งด่วนสรุปกันแบบนั้นนั้นนะครับ เดี๋ยวผมจะลองพาผู้อ่านทุกท่านไปสัมผัสการท่องเที่ยวในอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรีในแบบที่ไม่มีใครไป และใช้การขับรถส่วนตัวเที่ยว (Self-drive Tour) กันครับ

ว่ากันด้วยแหล่งท่องเที่ยวใน อ.บางใหญ่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุว่า อำเภอบางใหญ่มีแหล่งท่องเที่ยวจำนวน 15 แห่ง…เป็นวัดเกือบทั้งหมดซึ่งก็เป็นอย่างที่ผมบอกไว้แต่ต้น คราวนี้ถ้าจะขับรถเที่ยวแบบ 1 วัน เอาแบบคุ้มค่าขับ ผมมองว่า ขับรถจากฝั่งตะวันออกของอำเภอบางใหญ่ไปยังฝั่งตะวันตกของอำเภอบางใหญ่ดูน่าสนใจยิ่งเพราะจะได้ไปถึงชายแดนของอำเภอบางใหญ่ที่ติดกับจังหวัดนครปฐม แต่จะไปเที่ยวที่ไหนกันดี ตามมาครับ…ผมจะพาไปหาที่เที่ยวในมุมมองใหม่ๆ ของอำเภอบางใหญ่ และไม่เน้นสายมูกัน อ้อ…ผมจะระบุพิกัด GPS ตามจุดต่างๆ ไว้ให้ด้วยเพื่อจะได้ตั้งเป้าหมายใน Google Map ได้สะดวกยิ่งขึ้นนะครับ

เริ่มกันจากฝั่งตะวันออกของอำเภอบางใหญ่ที่ “วัดสวนแก้ว” ตำบลบางเลน ชื่อนี้หลายคนคงพอคุ้น ยิ่งถ้าบอกว่า พระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอมกัลยาโณเป็นเจ้าอาวาส ยิ่งน่าจะคุ้นชื่อมากยิ่งขึ้น คนที่เคยไปวัดสวนแก้วก็มักไปชมโบสถ์ธรรมชาติ ทำบุญ-ทำทานให้อาหารสัตว์ต่างๆ ที่ทางวัดดูแลอยู่ แล้วก็ซื้อของกินหรือผลผลิตทางการเกษตรของทางวัดหรือของชาวบ้านที่นำมาขายกลับบ้าน แต่ครั้งนี้ผมจะพาไปขี่จักรยานชมสวนในวัดสวนแก้วกับน้ำตกสวนธรรม และไม่เข้าทางหน้าวัดตามปกติครับ โดยการขับรถจากถนนรัตนาธิเบศร์ไปทางวัดสวนแก้วตามปกติ แต่เมื่อข้ามคลองอ้อมนนท์สักครู่ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยบางเลน 1 มุ่งไปยังบ้านมีสวน คาเฟ่ (GPS13.865399, 100.444534) ซอยย่อยเข้าบ้านมีสวน คาเฟ่เป็นทางดินรถยนต์เก๋งเข้าได้ไม่ลำบากครับ ก่อนถึงบ้านมีสวน คาเฟ่จะเห็นทางปูนทางขวา

ของถนนไปวัดสวนแก้ว ทางซ้ายเป็นบ้านคน 1 หลัง เราจะเดินเข้าทางปูนนั้นแหละครับ แต่หาที่จอดรถก่อน โดยจะไปจอดรถที่บ้านมีสวน คาเฟ่ก็ได้ หรือจอดในเว้าริมถนน (GPS 13.866202, 100.445161) เลยทางปูนไปหน่อยก็ได้ครับ จากนั้นเดินเท้าเข้าทางปูนไปน้ำตกสวนธรรมได้เลยครับ ตามทางเดินมีป้ายบอกเส้นทางการเดินเป็นระยะๆ ประมาณ 10 นาทีก็จะไปถึงน้ำตกสวนธรรม ตรงนั้นมีศาลาทำบุญ (หากโชคดีก็อาจเจอพระพยอมฯ) ร้านอาหาร ร้านกาแฟ มีของฝากและผลิตภัณฑ์การเกษตรขาย และมีจุดบริการจักรยานชมสวนในวัดสวนแก้ว โดยมีหลายเส้นทางการขี่จักรยาน มีป้ายบอกตามเส้นทางปูน หากไม่มั่นใจเส้นทางก็สามารถถามเส้นทางจากคนงานในสวนได้เลย…ไม่หลงทางไปออกทะเลแน่นอนครับ ขี่จักรยานพอได้เหงื่อก็ได้เวลานำจักรยานไปคืนที่จุดรับรถ แล้วอย่าลืมบริจาคเงินให้ทางวัดด้วยนะครับ

จุดต่อไปที่จะพาไปชม คือ “เรือนสมฤดี” (GPS 13.866394, 100.447888) บริเวณตลาดน้ำประชารัฐสวนบัว ตำบลบางเลน ขับรถออกมาจากจุดจอดรถ พอถึงถนนลาดยางซอยบางเลน 1 ให้เลี้ยวขวาไปทางตลาดน้ำประชารัฐสวนบัว 2 นาทีก็ถึงครับ จอดรถที่ลานจอดรถของตลาดน้ำ แล้วเดินเท้าเข้าไปตามป้ายบอกทางสุดที่คลองอ้อมนนท์ จะพบกับ “เรือนสมฤดี” ที่เป็นบ้านไทยโบราณริมคลองอ้อมนนท์ อายุกว่า 100 ปี ประกอบด้วยเรือนไทย 2 หลัง หลังแรกเป็นเรือนไทยหลังคาจั่วแบบอยุธยาที่สร้างโดยไม่ใช้ตะปู แต่เข้าไม้ด้วยลิ่มทั้งหลัง ส่วนอีกหลังเป็นเรือนปั้นหยา เดิมเป็นเรือนแพลูกบวบใช้เป็นร้านขายของริมคลองอ้อมนนท์ ก่อนถูกยกขึ้นบกไปปลูกเคียงคู่กัน

ปัจจุบันเรือนสมฤดีไม่ได้เป็นเรือนเพื่อพักอาศัย แต่เปิดให้เป็นศูนย์เรียนรู้ และสะท้อนวิถีชีวิตในอดีตของชุมชนริมน้ำคลองอ้อมนนท์ ที่ยังความเป็นอัตลักษณ์ที่สมบูรณ์อยู่ในยุค เราสามารถเดินภายในเรือนเก่าที่มีรูปภาพ และข้าวของเครื่องใช้เก่าๆ ให้ชมและซึมซับบรรยากาศดั้งเดิมของพื้นที่ได้เป็นอย่างดี เดินดูแล้วทำให้ผมนึกถึงบ้านคุณยายขึ้นมาทีเดียวเชียว นอกจากการเดินชมแล้ว ทางเรือนสมฤดียังมีบริการเช่าชุดไทยพร้อมเครื่องประดับเพื่อการใส่ถ่ายรูปโดยชุดเด็กราคา 100 บาท และชุดผู้ใหญ่ราคา 200 บาท และยังมีอาหารกับเครื่องดื่มบริการให้นั่งชิลล์ๆ ดื่มกินริมน้ำลมพัดโชยสบายๆ ด้วยครับ ที่แนะนำ คือ ข้าวแช่โบราณ (ชุดละ 80 บาท) ถ้ามีโอกาสลองสั่งมาชิมได้เลยครับ เรือนสมฤดี และร้านอาหาร ณ ชานเรือนสมฤดี เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ เวลา 9.00-16.00 น. แต่ถ้าไปเป็นหมู่คณะในวันจันทร์-ศุกร์ โทรแจ้งล่วงหน้าที่ 081-7345985 คุณอิ๋วเจ้าของร้านจะเปิดบ้านให้ชมได้ครับ

เราเดินทางต่อไปที่ “วัดราษฎร์ประคองธรรม” (GPS 13.854528, 100.423358) ตำบลเสาธงหิน ใช้เวลาขับรถจากเรือนสมฤดีประมาณ 14 นาที หลายคนคงเคยได้ยินชื่อวัดนี้เช่นกัน วัดนี้เป็นวัดที่สร้างสมัยอยุธยาตอนปลาย ตั้งอยู่ริมคลองอ้อมนนท์ เดิมเป็นวัดร้างชื่อ “วัดค้างคาว” แต่เปลี่ยนมาเป็นชื่อปัจจุบันในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต (ซำปอกง) และพระพุทธไสยาสน์ (หลวงพ่อพระนอน) ความยาว 32 เมตร ถือว่าเป็นวัดที่มีพระนอนองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรี จุดเด่นอีกอย่างหนึ่ง คือ ด้านบนของศาลาพระนอนนั้นมีการจำลองพระธาตุ 3 นคร ได้แก่ พระธาตุหริภุญชัย พระธาตุพนม และพระปฐมเจดีย์เอาไว้ด้วย ที่ผมแนะนำให้มาวัดนี้ก็เพื่อให้มาไหว้พระนอนองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนนททบุรีครับ แล้วเดี๋ยวผมจะพาไปอีกวัดที่มีพระนอนด้วยเช่นกัน

จากวัดราษฎร์ประคองธรรม เรามุ่งต่อไปที่ “วัดพระนอน” (GPS 13.849229, 100.397755) ตำบลบางแม่นาง ตั้งอยู่ริมคลองบางใหญ่ ใชเวลาขับรถจากวัดราษฎร์ประคองธรรมไปประมาณ 15 นาที วัดนี้เป็นวัดที่สร้างในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ มีพระประธานประจำอุโบสถ นามว่า “หลวงพ่อพระนอน” ที่มีความยาวประมาณ 2 เมตร แม้ว่าจะมีความยาวน้อยกว่าพระนอนที่วัดราษฎร์ประคองธรรม แต่ก็เป็นพระนอนที่มีความเก่าแก่มากที่สุดในจังหวัดนนทบุรี ผมจึงเห็นว่า เป็นสิ่งที่น่าสนใจในการไปเที่ยวชม และไหว้พระขอพรอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี

ไปต่อกันอีก 1 วัดครับ คือ “วัดท่าบันเทิงธรรม” (GPS 13.848209, 100.394251) ตำบลบางใหญ่ การไปวัดนี้จากวัดพระนอน ถ้าจะขับรถไปถึงหน้าวัดเลยต้องขับอ้อมกันพอสมควร ผมจึงขอแนะนำให้ขับรถไปจอดที่วัดหลังบาง (GPS 13.848253, 100.392573) ซึ่งอยู่ในแนวถนนประชาอุทิศเส้นเดียวกับเส้นทางไปวัดพระนอนครับ เมื่อถึงวัดหลังบางแล้วให้เดินไปริมคลองบางใหญ่ มองหาประตูระบายน้ำ เจอแล้วให้เดินเท้าข้ามประตูระบายน้ำไปอีกฝากคลองบางใหญ่ครับ จะไปที่วัดท่าบันเทิงธรรมได้ วัดท่าบันเทิงธรรมนี้เป็นวัดที่สร้างในสมัยอยุธยา และได้รับการบูรณะซ่อมแซมในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เดิมชื่อ “วัดหน้า” คู่กับ “วัดหลัง” คือ วัดหลังบาง ที่จริงแล้วในวัดของอำเภอบางใหญ่หลายวัดมีพระพุทธรูปเก่าแก่อายุ 100-200 ปี วัดท่าบันเทิงธรรมก็เช่นกัน คือ หลวงพ่อขาว กับหลวงพ่อหมอ แต่ที่ผมแนะนำมาวัดนี้ อยากให้ได้ไปชมรุกขมรดกชาติ คือ “ต้นการะเวก อายุ 150 ปี” ครับเพราะหาชมได้ยากมาก

แห่งสุดท้ายที่จะแนะนำให้ไปชมกัน คือ “สะพานไม้แห่งความสามัคคี” (GPS 13.835007, 100.314113) ตำบลบ้านใหม่ จากวัดหลังบางขับรถมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลสุขภาพตำบลบ้านใหม่ (GPS 13.835134, 100.314646) เพื่อจอดรถที่โรงพยาบาลและเดินเท้าเลียบคลองบางใหญ่ผ่านชุมชนเล็กๆ ไปที่สะพาน สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นมาไม่น้อยกว่า 80 ปีด้วยความร่วมมือร่วมใจกันของชาวบ้าน 2 ฝั่งคลองบางใหญ่บริเวณจุดเชื่อมกับคลองนราภิรมย์และคลองโยง อ.พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เนื่องจากสมัยก่อนไม่มีถนนเลียบคลองนราภิรมย์และสะพานปูนเชื่อม 2 ฝั่งคลองบางใหญ่ ทำให้ชาวบ้าน 2 ฝั่งคลองมีความยากลำบากในการไปมาหาสู่กันจึงได้ลงเงินลงแรงกันสร้างสะพานไม้ข้ามคลองบางใหญ่เพื่อการสัญจรเมื่อร่วม 100 ปีที่แล้วจนปัจจุบันสะพานไม้ได้ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ชาวบ้าน 2 ฝั่งคลองก็ยังคงลงเงินกันปรับปรุงซ่อมแซมให้คงสภาพมาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าจะมีสะพานปูนและถนนเลียบคลองนราภิรมย์แล้วก็ตามที จุดเด่นของสะพานนี้นอกจากประวัติความเป็นมาและความเก่าแก่แล้ว บนสะพานยังได้มีการลงชื่อและจำนวนเงินบริจาคในการซ่อมแซมสะพานไม้ไว้ตามส่วนต่างๆของสะพานด้วย อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวคลองบางใหญ่ในมุมมอง Unseen อีกด้วย

ที่จริงแล้วอำเภอบางใหญ่ยังคงมีแหล่งท่องเที่ยวแปลกใหม่แอบซ่อนอยู่อีกแน่นอน เพียงแต่ยังไม่มีใครค้นพบและเขียนถึง เอาไว้ผมมีเวลาขับรถตะลอนในอำเภอบางใหญ่อีกและเจออะไรน่าสนใจไปชม จะมาเล่าให้อ่านกันอีกครับ ทริปนี้ขอจบเพียงแค่นี้ก่อนเพราะนี่ก็เขียนมายาวพอสมควรแล้ว (หนักไปทางรูปประกอบเสียมากกว่า) หวังว่า ใครที่จะตามรอยเส้นทางนี้คงมีความสุขสนุกสนานกับการขับรถเที่ยวกันนะครับ

🔥5

admin

สามารถฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรีได้ที่. pr@prfreeonline.com

ใส่ความเห็น