อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส แนะองค์กรลงทุนเพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน

อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส

อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส แนะองค์กรลงทุนเพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน

อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส แนะองค์กรลงทุนเพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน

เพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจ เนื่องในวันอนามัยโลก

กรุงเทพ – เนื่องในวันอนามัยโลก (World Health Day) ซึ่งถือเป็นวันที่ช่วยเตือนให้ผู้ประกอบธุรกิจหันมาใส่ใจสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนผลการดำเนินงานขององค์กร อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส (International SOS) บริษัทผู้ให้บริการด้านสุขภาพและความมั่นคงปลอดภัยชั้นนำของโลก ส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรต่าง ๆ ตระหนักถึงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน รวมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมด้านสุขภาพภายในองค์กรอย่างแข็งขัน

เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (World Economic Forum: WEF) ประมาณการว่า ในแต่ละปี การสูญเสียความสามารถในการผลิตอันเนื่องมาจากสุขภาพที่ไม่สมบูรณ์ของพนักงานนั้น ทำให้นายจ้างทั่วโลกได้รับความเสียหายคิดเป็นมูลค่าถึง 5.3 แสนล้านดอลลาร์1 ยิ่งไปกว่านั้น ในแต่ละปียังมีรายงานอุบัติเหตุจากการทำงานและความเจ็บป่วยจากการทำงานหลายล้านครั้งทั่วโลก2

โปรแกรมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันจะช่วยลดผลกระทบเหล่านี้ได้ โดยรายงานผลตอบแทนจากการลงทุนเพื่อดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (The Return on Prevention) ของมูลนิธิ อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส (International SOS Foundation) ระบุว่า องค์กรต่าง ๆ สามารถคาดหวังผลตอบแทนที่ระดับ 2.53 ดอลลาร์ จากเงินลงทุนทุก 1 ดอลลาร์ที่ได้ลงทุนในโปรแกรมดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน นอกจากนี้ การส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานยังช่วยเพิ่มศักยภาพขององค์กรในการดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถให้เข้ามาร่วมงานและอยู่กับองค์กรต่อไป โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความเสี่ยงทั่วโลกถึง 82% ต่างยอมรับในความสำคัญของการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน

นพ.จามร เงินจารี ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส แสดงความคิดเห็นว่า “แนวคิดหลักของวันอนามัยโลกปีนี้ คือ “สุขภาพของฉันคือสิทธิ์ของฉัน” (My health, my right) โดยองค์กรต่าง ๆ สามารถใช้โอกาสนี้ส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ด้วยการสนับสนุนให้พนักงานดูแลสุขภาพของตนเองอย่างจริงจัง ในขณะที่วัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพก็มีความสำคัญเช่นเดียวกับการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ อากาศบริสุทธิ์ น้ำดื่มสะอาดปลอดภัย และอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งนี้ ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน การทำงานอยู่กับที่ และข้อจำกัดในการเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ นับเป็นอุปสรรคในการสร้างอุปนิสัยเพื่อสุขภาพที่ดีของพนักงาน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในที่ทำงานสามารถเพิ่มการมีส่วนร่วมและประสิทธิภาพของพนักงานได้ อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณการขาดงาน และในท้ายที่สุดก็จะช่วยให้องค์กรมีความแข็งแกร่งขึ้นและประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น”

อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส นำเสนอกลยุทธ์ที่สำคัญ 5 ประการ ซึ่งองค์กรสามารถนำไปใช้เพื่อยกระดับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ดังนี้

1. พัฒนาโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างครอบคลุม: จัดหาข้อมูลและทรัพยากรด้านสุขภาพที่จำเป็นให้แก่พนักงาน ซึ่งครอบคลุมถึงการตรวจคัดกรองสุขภาพ การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้ความรู้ และการสนับสนุนทางด้านสุขภาพจิต

2. ปลูกฝังวัฒนธรรมการทำงานที่ดีต่อสุขภาพโดยให้ความสำคัญกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี: ส่งเสริมให้พนักงานพักเบรกจากการทำงานเป็นระยะ เปิดโอกาสให้พนักงานได้เคลื่อนไหวร่างกาย และจัดหาอาหารเพื่อสุขภาพในที่ทำงาน

3. จัดสภาพแวดล้อมการทำงานให้มีความยืดหยุ่น: กลยุทธ์นี้จะช่วยส่งเสริมให้พนักงานสามารถบริหารจัดการความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังช่วยลดความเครียด

4. นำเสนอโปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน (EAP) และบริการให้คำปรึกษาที่เป็นความลับ: ช่วยให้พนักงานรู้สึกสะดวกใจที่จะขอความช่วยเหลือเมื่อต้องการ

5. ลงทุนด้านการฝึกอบรมให้กับผู้จัดการ: เพื่อให้พนักงานระดับผู้จัดการสามารถระบุและจัดการกับความกังวลด้านสวัสดิภาพของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์ที่เมล์ : pr@prfreeonline.com Line : @649dwyqd
Back To Top